สถิติ
เปิดเมื่อ21/02/2013
อัพเดท30/01/2023
ผู้เข้าชม8296286
แสดงหน้า10261644
สินค้า
ปฎิทิน
January 2023
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    

พระสมเด็จสายรุ้ง พระแก้วมรกตทรงเครื่องสามฤดู เนื้อ (เบญจสิริ) วาระ ๒๔๑๑ (K001)

22/01/2023 18:27 เมื่อ 22/01/2023 เข้าชม 58
 
พระสมเด็จสายรุ้ง พระแก้วมรกตทรงเครื่องสามฤดู เนื้อ (เบญจสิริ) วาระ ๒๔๑๑ (K001)
 
  • ราคาปกติ : 1,500.00 ฿
  • ราคาพิเศษ : 350.00 ฿
  •    พระสมเด็จสายรุ้ง พระแก้วมรกตทรงเครื่องสามฤดู เนื้อ (เบญจสิริ)  วาระ ๒๔๑๑ พระสมเด็จพระแก้วมรกตทรงเครื่องสามฤดู สร้างขึ้นเพื่อเป็นศิริมงคล สร้างพระให้มีสีตามวันทั้ง 7 วัน
    คือ
    วันอาทิตย์สีแดง
    วันจันทร์สีเหลือง
    วันอังคารสีชมพู
    วันพุธสีเขียว
    วันพฤหัสสีส้ม
    วันศุกร์สีฟ้า
    วันเสาร์สีม่วง

    เป็นลักษณะพระสีประจำวัน แต่บางองค์จะทำองค์เดียว7 สี


       สมเด็จรุ่นครองราชย์ วาระ ๒๔๑๑'พระสมเด็จพระแก้วมรกตทรงเครื่องสามฤดู 
    คือพระสมเด็จที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศิริมงคล โดยสร้างพระให้มีสีตามวันทั้ง เจ็ดวัน
    คือ วันอาทิตย์สีแดง วันจันทร์สีเหลือง วันอังคารสีชมพู วันพุธสีเขียว วันพฤหัสสีส้ม วันศุกร์สีฟ้า วันเสาร์สีม่วง
    เป็นลักษณะพระสีประจำวัน แต่บางองค์จะทำองค์เดียวเจ็ดสีเลยก็มี พระสมเด็จ วรรณะสัตตศิริส ร้างที่วัดพระแก้ววังหน้า กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ นำผงสมเด็จจากวัดระฆังมาผสมในเนื้อสัตตศิริ สร้างแจกพระประยูรญาติ และเจ้านายผู้ใหญ่ คนในวังหน้า ส่วนที่เหลือได้นำไปบรรจุกรุเจดีย์ไว้ที่วัดพระแก้วและเพดานโบสถ์ทั้งของวังหน้าและวังหลวง มีหลายพิมพ์ทรงตามพระวังหน้า พิมพ์ที่นิยมคือพิมพ์พระแก้วมรกต และพิมพ์เกศทะลุซุ้ม

       นอกจากพระสมเด็จสัตตศิริที่สร้างขึ้นโดยวังหน้า ยังมีพระสมเด็จสัตตศิริที่คาดว่าน่าจะสร้างโดยวังหลวง เนื่องจากมีรูปของรัชกาลที่ 5 อยู่ด้านหลังองค์พระ

       พระสมเด็จวังหน้า กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทรงให้เจ้าฟ้าอิศราพงศ์และช่างของพระองค์แกะพิมพ์ถวายสมเด็จโตทำแจกพระประยูรญาติและเจ้านายผู้ใหญ่ ข้าราชบริภารในวังหน้า สมเด็จวังหน้ามีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์เช่น พิมพ์เทวดาทรงเครื่อง พิมพ์ซุ้มระฆัง พิมพ์กลีบบัว พิมพ์เศียรโล้น พิมพ์อุ้มบาตร พิมพ์ปิดตา พิมพ์ข้างเม็ด พิมพ์รูปเหมือนสมเด็จโต บางพิมพ์ฝังอัญมณี มีจารึกไว้ข้างหลังและพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟัก พิมพ์นี้ค่อนข้างมาก มีการลงลักปิดทอง ปัจจุบันลักทองล่อนออกแล้ว พระพิมพ์ชุดนี้เป็นยุคกลางสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯและพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯพิมพ์จะสวยกว่าพิมพ์ชาวบ้าน ทำที่วังหน้าโดยเอาผงวิเศษมาทำแล้วให้ท่านปลุกเศกอีกครั้งก่อนแจก

       พระสมเด็จวังหลัง กรมหมื่นอดุลย์ลักษณสมบัติ์ สมัยรัชกาลที่4 ทรงให้เจ้ากรมช่างสิบหมู่ หลวงวิจิตรนฤมล (พึ่ง จิตรปฏิมากร) แกะพิมพ์ลักษณะสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก ถวายสมเด็จโต เป็นพิมพ์ทรงชลูด ทรงต้อลังกา ทรงกรวย ทรงโย้เกศเอียง พิมพ์จะลึกกว่ายุคต้น องค์พระเส้นซุ้มเล็กโปร่งบาง เน้นความเรียบร้อย ความอ่อนช้อยสวยงามเป็นหลัก เส้นซุ้มจะเรียบมีขนาดกลาง มักจะทารงค์ - ลงรัก - ชาด - ทอง - เทือก เพื่อรักษาเนื้อพระไม่ให้แตกหัก ปัจจุบันรักชาด ทองเทือก จะร่อนหลุดแล้ว เหลือเป็นบางจุด ทำให้พื้นผิวพระจะแตกเป็นลายงาหรือลายสังคโลก มวลสารละเอียดเพราะใช้เครื่องบดยามาบดผงพระ มีพิมพ์ที่งดงามอยู่หลายพิมพ์เช่น พิมพ์เกศทะลุซุ้ม พิมพ์ทรงเทวดา พิมพ์ทรงเจดีย์ ไม่มีฐานปิดพิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์ซุ้มระฆัง เป็นต้น

       พระสมเด็จช่างหลวง หลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างหลวงสมัยปลายรัชกาลที่ 4 และต้นรัชกาลที่ 5 มีเรื่องเล่าว่าแต่ก่อนภรรยาของหลวงวิจารณ์เป็นคนที่เคารพนับถือสมเด็จโตมาก จะทำสำรับกับข้าวคาวหวานไปถวายสมเด็จเป็นประจำ บางครั้งดูว่าหลวงวิจารณ์จะมองว่าภรรยางมงายกับสมเด็จโตมากไป มีการพูดกระแนะกระแหนอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาหลวงวิจารณ์ได้เบิกทองท้องพระคลังมาเพื่อจะทำเครื่องทรงประดับถวายรัชกาลที่ 4 จู่ๆทองที่เบิกมาหายไปจากลิ้นชักที่เก็บ หลวงวิจารณ์ตกใจได้ไต่ถามคนในบ้านก็ไม่มีใครรู้เห็น จึงเป็นทุกข์กังวลกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ภรรยาจึงแนะนำให้ท่านไปหาสมเด็จโต เพื่อจับยามสามตาดู หลวงวิจารณ์ไม่มีทางใดที่ดีกว่านี้จึงให้ภรรยาทำกับข้าวคาวหวานไปถวายสมเด็จ ก่อนที่จะพูดเรื่องของตน สมเด็จท่านรู้ด้วยญาณว่าหลวงวิจารณ์มาหาท่านด้วยเรื่องอะไร ท่านเลยแซวหลวงวิจรณ์ว่าเดือดร้อนแล้วซิถึงได้มาหา หลวงวิจารณ์ได้บอกท่านเรื่องทองคำท้องพระคลังที่เบิกมาหายไปอย่างไร้ร่องรอย สมเด็จท่านตอบว่า คนใจไม่บริสุทธิ์ก็ทำให้ตามืดมัวสมองสับสนหลงๆลืมๆ ไปตั้งสติและทำใจให้ดีก็จะพบทองเอง ทองไม่ได้ไปไหน แต่ความเขลาทำให้มองไม่เห็น หลวงวิจารณ์กลับไปบ้านไปสวดมนต์นั่งสมาธิ แล้วมาค้นหาทองก็พบทองอยู่ในที่เดิม เรื่องแบบนี้โบราณเรียกว่าผีลักซ่อน หลวงวิจารณ์จึงเลื่อมใสศรัทธาสมเด็จโตมาก ไปมาหาสู่เอาอาหารคาวหวานไปถวายท่านพร้อมภรรยาอยู่เป็นนิจ ครั้นท่านได้ไปวัดได้ไปเห็นการทำพระสมเด็จแต่ดูพิมพ์ทรงไม่สวยไม่ถูกตามพุทธลักษณะ ด้วยหลวงวิจารณ์เป็นนักสะสมพระบูชาจึงรู้พุทธลักษณะที่งดงามของพระเชียงแสน สุโขทัย ลังกา อู่ทอง ลพบุรี จึงเอาแบบพุทธศิลป์ พุทธลักษณะที่งดงามของพระบูชาดังกล่าวมาแกะเป็นแม่พิมพ์พระสมเด็จถวายแด่สมเด็จโต จนกลายเป็นพิมพ์สมเด็จที่นิยมมาถึงปัจจุบัน และยังมีน้ำมันตังอิ๊วจากจีนมาเป็นส่วนผสมเนื้อพระสมเด็จทำให้พระสมเด็จ เนื้อหนึก นุ่ม แกร่ง ไม่ร้าวไม่แปราะไม่แตกหักอีกต่อไป

       พระสมเด็จกรุวัดพระแก้ว (วังหน้า) ทำพิธีมหาพุทธาภิเษกโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง และคณะ (พิธีหลวง) สร้างโดย กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ (วังหน้า) อุปราชองค์สุดท้ายแห่งราชวงค์จักรีร่วมกับ เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุญนาค) หรือเจ้าคุณกรมท่า เนื่องในวรโรกาสเฉลิมครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช (รัชกาลที่5) ปี พ.ศ. 2411
    พระสมเด็จ วรรณะสัตตศิริ คือพระสมเด็จที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศิริมงคล โดยสร้างพระให้มีสีตามวันทั้ง เจ็ดวัน คือวันอาทิตย์สีแดง วันจันทร์สีเหือง วันอังคารสีชมพู วันพุธสีเขียว วันพฤหัสสีส้ม วันศุกร์สีฟ้า วันเสาร์สีม่วง เป็นลักษณะพระสีประจำวัน แต่บางองค์จะทำองค์เดียวเจ็ดสีเลยก็มี สมเด็จสัตตศิริสร้างที่วัดพระแก้ว กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญเจ้าฟ้าอิศราพงศ์แกะพิมพ์ และเอาผงสมเด็จจากวัดระฆังมาผสมในเนื้อสัตตศิริ สร้างแจกพระประยูรญาติ และเจ้านายผู้ใหญ่ คนในวังหน้า ส่วนที่เหลือได้นำไปบรรจุกรุเจดีย์ไว้ที่วัดพระแก้ว มีหลายพิมพ์ทรงตามพระวังหน้า พิมพ์ที่นิยมคือพิมพ์พระแก้วมรกต และพิมพ์เกศทะลุซุ้ม
    หลากหลายสีเหล่านีั้เรียก พระสมเด็จสัตตศิริ
    หลากหลายสี ก็มี

       พระสมเด็จ วรรณะปัญจสิริ หรือวรรณะสัตตสิริ (อาจมีผสมผงตะไบทอง) สายวังฯ
    เมื่อยุคสมัยที่มีการสร้างพระสมเด็จ พิมพ์ชุดพิเศษสายวังฯเพื่อเฉลิมฉลองฯ มีการค้าระหว่างไทย-จีนอยู่ก่อนแล้วนั้น จึงได้นำหินสีบดเป็นผงละเอียด (ปูน) ชนิดต่างๆจากภูเขาในประเทศจีน (อีกทั้งทูลขอพระราชทานช่างหลวงจากพระเจ้ากรุงจีน มาร่วมสร้างฯ) ขึ้นเรือสำเภากลับมา เพื่อเป็นมวลสารในสร้างพระสมเด็จ วรรณะปัญจสิริ,สัตตสิริ และพระสมเด็จพิมพ์ชุดพิเศษอื่นๆทำให้พระสมเด็จพิมพ์เหล่านี้ มีความบาง แกร่ง ต่างจากพระพิมพ์สมเด็จทั่วไป พอนำองค์พระมากระทบกัน จะมีเสียงดังกริ้งๆเหมือนแก้ว ที่สำคัญคือลวดลายด้านหน้ากับด้านหลังองค์พระ จักไม่เหมือนกัน พลานุภาพ ครอบคลุมทุกด้าน แต่เน้นหนักไปทางเมตตาค้าขาย

       พระสมเด็จและพระเครื่องที่สร้างในปี พ.ศ. 2411 นั้นวิเศษพิเศษสุด
    พระสมเด็จวัดระฆังที่เห็นอยู่ในนิตยสารพระเครื่อง อยู่ในครอบครองของเศรษฐีที่มีบุญทั้งหลาย แต่เศรษฐีเหล่านี้มีแต่บุญบารมีน้อย ถ้าเศรษฐีที่มีบุญและบารมีต้องมีพระสมเด็จวัดระฆังและพระเครื่องเนื้อดินบรรจุกริ่งเหล็กไหล คนที่มีบารมีแต่อาจไม่ใช่เศรษฐีก็ได้ครอบครองพระชุดนี้ไปเป็นจำนวนมาก (บุญใช้ไปหมดไป บารมีสะสมมาหลายภพชาติ)
       บางคนเสาะแสวงหาพระอาจารย์ที่สามารถตรวจเช็คพลังพระหรือสื่อกับสิ่งศักด์สิทธิ์ประจำองค์พระเพื่อให้รู้ว่า พระสมเด็จองค์นี้แท้หรือไม่ทันหลวงปู่โตหรือเปล่าท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกหรือไม่ ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

       ถ้าอยากได้พระดีมีพลังพุทธานุภาพสูงต้องพระสมเด็จรุ่นครองราชย์ ที่เป็นพระมรดกตกทอดถึงลูกหลานได้ต่อไป ท่านผู้มีบุญ สามารถสัมผัสกับพลังพุทธานุภาพได้เมื่อสัมผัสได้
       พระสมเด็จของกรมท่าเนื้อพระจะละเอียดเพราะใช้เครื่องบด สีต่างๆจากสีของถ้วยชามเบญจรงค์ซึ่งจะมี 5 สี และมีพระสมเด็จสัตตสิริคือมีหลายสีในองค์เดียวกัน ปกติจะมี 7 สีครบสีประจำวันเกิด พระสมเด็จสัตตสิริเนื้อสีจะไม่ผสมกันจะแยกจากกันอย่างเห็นได้ชัดเจน แม่พิมพ์จะไม่มีกรอบกระจก องค์พระและเส้นซุ้มเล็กสมส่วนไม่ใหญ่หนาเหมือนพระสมเด็จวัดระฆัง
       ส่วนพระสมเด็จวัดพระแก้วก็เช่นกันเนื้อพระจะละเอียดเพราะใช้เครื่องบดมีการประดับองค์พระด้วยวัตถุที่เป็นมงคลหลายอย่าง เช่นพระธาตุ อัญมณี เป็นต้น หรือมีแผ่นทองคำแท้ปั้มคำว่าวัดพระแก้ว 2411
    และเอกลักษณ์สำคัญของวัดพระแก้วคือพระจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากน้ำมันหอมที่ปรุงขึ้นมาพิเศษ แม้แต่พระสมเด็จวัดระฆังเมื่อนำไปรวมกับพระสมเด็จวัดพระแก้วก็จะมีกลิ่นหอมติดไปด้วย
       แต่พระสมเด็จชุดนี้อายุร้อยกว่าปีกลิ่นหอมยิ่งติดทนนาน พระสมเด็จชุดครองราชย์ 2411 พึ่งจะมีปรากฏออกมาให้เห็น ไม่มีการบันทึกเอาไว้ว่าพระเครื่องที่สร้างในเวลานั้นมีพิมพ์อะไร เนื้ออะไรบ้าง เพราะสมเด็จชุดนี้เป็นเนื้อเดียวกับพระสมเด็จตระกูลเปลือกไม้เนื้อพระจะหยาบกว่าของกรมท่าและวัดพระแก้ว
    ที่มีพิมพ์ร่องสวน พิมพ์หลังหมอน พิมพ์หลังภาษาจีน ฯลฯ พระสมเด็จที่ีสร้างขึ้นเป็นการเฉพาะกิจมีหลายฝ่ายร่วมด้วยช่วยกัน เนื้อพระใช้ครกตำเนื้อพระจึงหยาบกว่าของกรมท่าและวัดพระแก้ว
       พระสมเด็จหลังเปลือกไม้เคยออกมาให้พบเห็นและถูกหลายๆคนที่รู้ตามเก็บจนหมดอาจจะมีหลงเหลือให้เห็นบ้างแต่น้อยมาก เซียนใหญ่เคยเปิดให้บูชา 30 ล้านบาทแต่พระสมเด็จหลังเปลือกไม้มีออกมามากเซียนใหญ่เลยเก็บพระของตัวเองเข้าลัง เพราะไม่สามารถทำราคาได้สูง พระสมเด็จชุดครองราชย์นี้เป็นเนื้อเดียวกันเพียงแต่มีการผสมสีของสีเบญจรงค์ลงไปด้วย
       และพระสมเด็จที่ผสมกันหลายสีจากช่างหลายคนก็จะต่างกันออกไปสีส่วนใหญ่จะผสมกันซึ่งต่างจากของกรมท่าที่สีจะแยกกันไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน พิเศษกว่านั้นพระสมเด็จชุดนี้จะมีผงตะไบทองคำโรยไว้มากกว่าของพระสมเด็จกรมท่า ด้านหลังองค์พระมีลวดลายต่างๆที่ถูกแกะขึ้นมาพิเศษจากช่างทองเยาราช
    เช่นลายดอกโบตั๋นซึ่งเป็นดอกไม้มงคลของชาวจีนถ้าใครปลูกไว้แล้วต้นโบตั๋นออกดอกเมื่อไหร่จะมีโชคลาภ
       เช่นเดียวกับการปลูกต้นวาสนาของไทยเราเมื่อออกดอกจะมีกลิ่นหอมเย็นและให้โชคลาภแก่คนบ้านนั้น

    ลายเครือเถา หน้าบันในพุทธศาสนสถาน
       หน้าบัน คือ “องค์ประกอบอาคารที่ใช้อิฐหรือไม้ ก่อหรือปิดทับบริเวณส่วนที่เป็นโพรงของโครงจั่วหลังคา เพื่อป้องกันไม่ให้แดดหรือฝนสาดเข้าไปภายในอาคาร นิยมแกะสลักหรือปั้นปูนประดับตกแต่ง” ลายเครือเถา ซึ่งเป็นลายปูนปั้น หน้าบันโบสถ์วิหาร หน้าบัน (อังกฤษ: Tympanum) คือบริเวณครึ่งวงกลมหรือเกือบสามเหลี่ยมเหนือประตูทางเข้าที่อยู่ระหว่างทับหลังและโค้ง (arch) ซึ่งจะมีรูปสลักตกแต่งหรือเครื่องตกแต่งอื่นๆ
       สถาปัตยกรรมเกือบทุกแบบจะมีองค์ประกอบนี้ ผู้คิดค้นการสร้างหน้าบันเป็นคือชาวอียิปต์โบราณประมาณ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาก็ปรากฏในสถาปัตยกรรมกรีก สถาปัตยกรรมของคริสต์ศาสนา และ สถาปัตยกรรมของศาสนาอิสลาม

       ลายท้าวมหาพรหมชินนะปัญชะระ ซึ่งช่างทองเยาราชมีฝีมือที่แกะลายกนก ลายเทพพนม ลายท้าวมหาพรหม ลายหลังกรอบพระที่เป็นงานละเอียดสวยงาม ช่างทองเยาราชจึงแกะลายต่างๆมากดด้านหลังองค์พระ และมีหนังสือภาษาจีนมงคลหรือแซ่ของร้านทองเยาวราชบางร้าน (ตั้งโต๊ะกัง) ลวดลายต่างๆหลังองค์พระอาจมีการหยิบยืมมาจากที่อื่นบ้าง คนจีนเยาวราชศรัทธาในองค์หลวงปู่โตอย่างมาก ทุกวันตอนเย็นจะมีการนำผงตะไบทองคำที่เป็นเศษทองเกิดจากการแกะลวดลายกรอบพระ แหวน กำไลและเครื่องประดับทองจากร้านทองทั้งหมดรวบรวมมาส่งที่วัดระฆัง หลวงปู่โตก็จะพิจารณาว่าจะนำไปโรยพระพิมพ์ใดบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นพระที่ชาวจีนมาช่วยกดพิมพ์ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวจีนเยาวราชที่มีส่วนร่วมในการสร้างพระเครื่องชุดประวัติศาสตร์และศรัทธาของชาวจีนยิ่งขึ้น ถ้าใครมีพระสมเด็จหลังตระกูลเปลือกไม้อยู่นำมาเทียบเนื้อจะเหมือนกัน
       พระสมเด็จเจ้าคุณกรมท่ามีพระสมเด็จสัตตสิริ พระสมเด็จวัดระฆังมีพระสมเด็จประกายรุ้ง คนมีบารมีไม่จำเป็นต้องรวยอย่างเศรษฐีก็มีโอกาสได้ครอบครองพระดีๆอย่างพระสมเด็จชุดนี้ก็ได้ เศรษฐีที่มีบารมีน้อยได้ครอบครองพระสมเด็จทั่วไป
    ถ้าได้ครอบครองเมื่อไหร่แสดงว่าบารมีนั้นเพิ่มขึ้นควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ
    • สนใจโทร
      ( คุณเอก ) 061-9269141
      ไลน์ไอดี : 0619269141



      รายได้ส่วนหนึ่ง หัก 5 -20 % พระทุกรายการ เพื่อทำบุญสร้างที่พักพิงและช่วยเหลือบริจาคโลงศพแก่ผู้ยากไร้

      ( ขอขอบพระคุณทุกท่านที่อุดหนุนเข้าชมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำบุญกับเรา )

      ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
      และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ ลูกค้า
      จงประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ สมบูรณ์ พูลลาภ ในสิ่งอันพึงปรารถนา ตลอดไป
      สาธุ สาธุ สาธุ